การจำแนกเพศจากกระดูกไหปลาร้าในประชากรไทย

  • ศศิศิศ อุงจิตต์ตระกูล
  • พัชรา สินลอยมา
คำสำคัญ: กระดูกไหปลาร้า, เพศ, การวัด

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกไหปลาร้าระหว่างเพศชายและเพศหญิงและสร้างสมการการจำแนกเพศจากกระดูกไหปลาร้า เนื่องจากกระดูกดังกล่าวจัดเป็นกระดูกแกนยาว (Long Bone) มีส่วนประกอบของกระดูกเนื้อแข็ง มีความหนาแน่นและแข็งแรงยากต่อการถูกทำลายและเสื่อมสลาย

กระดูกไหปลาร้าจำนวน 222 คู่ อายุ 20-90 ปี จากศูนย์วิจัยนิติวิทยากระดูก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กระดูกแต่ละชิ้นจะถูกนำมาวัดทั้งหมด 3 ค่า คือ ความยาวสูงสุดของกระดูกไหปลาร้า เส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าและน้ำหนักของกระดูกไหปลาร้า จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติโดยใช้โปรแกรมทางสถิติ พบว่า ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกระดูกไหปลาร้าเพศชายมีค่าสูงกว่าเพศหญิงในทุกค่า กระดูกไหปลาร้าของเพศชายและเพศหญิงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P -value < 0.05) ในทุกค่าของการวัด จากการศึกษาพบว่า ตัวแปรทั้ง 3 ค่า ได้แก่ ความยาวสูงสุดของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย (mlc (L)) ความยาวเส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย (mmcc (L)) และความยาวเส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าข้างขวา (mmcc (R)) สามารถใช้สร้างสมการในการ จำแนกเพศได้ โดยในเพศชายมีค่าความแม่นยำสูงที่สุด สามารถใช้จำแนกเพศได้ คือ ความยาวสูงสุดของกระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย (mmcc (left)) มีค่าความแม่นยำร้อยละ 89.2 ส่วนในเพศหญิงมีค่าความแม่นยำสูงที่สุดสามารถใช้จำแนกเพศได้ คือ ความยาวสูงสุดของกระดูกไหปลาร้าข้างขวา (mlc (R)) และความยาวเส้นรอบวงของกระดูกไหปลาร้าข้างขวา (mmcc (R)) ทั้ง 2 ค่ามีค่าความแม่นยำร้อยละ 87.4 จากการศึกษาครั้งนี้ พบว่า กระดูกไหปลาร้าสามารถใช้ใน การจำแนกเพศได้

เผยแพร่
01-05-2018